น้ำฟักทองเพื่อสุขภาพ

น้ำฟักทอง
น้ำฟักทอง

น้ำฟักทองเพื่อสุขภาพ เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ และผู้ใหญ่เพราะมีรสชาติหวานทานง่าย แถมมีประโยชน์ด้วยนะคะ วันนี้เรามาลองทำน้ำฟักทองเก็บไว้ทานเป็นเครื่องดื่มยามเช้ากันดีกว่าค่ะ เริ่มจากการซื้อฟักทองก่อนซึ่งฟักทองที่เราเห็นในท้องตลาดทั่วไปนั่นแหละค่ะ ที่ผลใหญ่ผิวด้านนอกแข็ง แถมขรุขระ ด้านในเป็นสีเหลืองสวย โดยเราไม่ต้องซื้อทั้งลูกก็ได้ แต่ซื้อเท่าปริมาณที่เราจะทำทานก็พอ ประมาณ 1ส่วน 4ลูกนะคะ

วัตถุดิบ (สำหรับทำน้ำฟักทองประมาณ 4-5 แก้ว)

  1. ฟักทอง                 1/4ลูก
  2. น้ำเปล่า 1 หม้อสำหรับต้ม
  3. น้ำตาล ประมาณ 1-2 ถ้วยตวง (ตามความชอบ แต่ไม่ต้องหวานมากเพราะฟักทองเมื่อต้มจะมีรสชาติหวานมันอยู่ในตัวค่ะ)
  4. เกลือเล็กน้อย 1-2 ช้อนชา
  5. เครื่องปั่นน้ำผลไม้

วิธีทำ

  1. เริ่มจากการนำฟักทองที่ซื้อมานำเมล็ดตรงกลางออกให้หมด จากนั้นทำการปอกเปลือก โดยการปอกเปลือกนั้นเราต้องหามีดที่คมๆมาเฉือนเปลือกทีละนิดๆนะคะ แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดไม่ต้องสวยงามเพราะเราจะทำการต้มให้เนื้อฟักทองเละๆเวลาทำการปั่นจะได้ปั่นง่ายค่ะ
  2. ใส่น้ำต้มในหม้อประมาณครึ่งหม้อ ทำการต้มน้ำให้เดือด นำฟักทองที่หั่นลงไปต้มให้สุก ๆจนเริ่มเละๆ ยิ่งเละมากยิ่งดี สังเกตว่าเนื้อฟักทองเละแล้ว จึงดับไฟ
  3. จากนั้น ตักน้ำและเนื้อใส่เครื่องปั่นน้ำผลไม้ โดยให้ทำการปั่นน้ำฟักทองให้ละเอียดมากที่สุด แล้วนำน้ำที่ได้มาต้มต่อใส่น้ำตาลลงไปเกลือเล็กน้อย ชิมรสชาติดูตามที่ชอบ ว่าหวานมากน้อยขนาดไหน ซึ่งเราจะไม่กรองเนื้อฟักทองนะค่ะ เนื่องจากเราปั่นให้ละเอียดจะมีติดเนื้อเล็กน้อย ซึ่งจะได้ทั้งกากใยครบ (แต่หากใครจะกรองก็สามารถกรองในขั้นตอนนี้ได้เลยค่ะ โดยนำผ้าขาวบางมากรอง หรือ ใช้กระชอนตาที่ละเอียดกรอง เป็นน้ำฟักทองแยกกาก และนำกากที่ได้ผสมน้ำเล็กน้อยไปปั่นใหม่อีกรอบ แล้วทำการกรองซ้ำ จะเหลือกากเล็กน้อยให้นำไปทิ้งได้เลยค่ะ)
  4. จากนั้นทิ้งน้ำฟักทองให้เย็นตัวลงสักหน่อยก่อน ใส่แก้วทานกันอุ่นๆยามเช้าดีต่อสุขภาพค่ะ เค้าว่ากันว่าน้ำฟักทองจะช่วยรองท้องแทนข้าวได้ แต่ว่าทางที่ดีเราควรทานข้าวเช้า ควบคู่กับน้ำฟักทองจะดีกว่าค่ะ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะช่วงเช้าเท่านั้นที่ทานได้ เราสามารถทานน้ำฟักทองก่อนนอน แทนนมก็ได้ค่ะ ช่วยให้หลับสนิทดีด้วยค่ะ
  5. สำหรับน้ำฟักทองที่ทานไม่หมดสามารถเก็บได้ค่ะ โดยรอให้เย็นนำใส่ถุงแช่ตู้เย็นไว้ เก็บได้ประมาณ 4-5 วัน พอจะทานก็นำมาอุ่น หรือใครชอบทานแบบเย็นๆก็สามารถนำออกมาใส่แก้วทานได้เลยค่ะ ขอบอกว่าอร่อยมากเวลาที่มีเนื้อให้เคี้ยวกรุบๆนิดนึงก็อร่อยไปอีกแบบนะคะ

วัยรุ่นเน้นตรวจอะไร??

วัยรุ่นเป็นวัยที่อาจจะเสี่ยงต่อโรคมากมาย วันนี้เราจึงนำความรู้เกี่ยวกับการตรวจโรคในวัยรุ่นมาฝาก มาดูกันดีกว่า

สุขภาพช่องปากและฟัน (Oral health): ดูแลสุขภาพช่องปากและฟันที่ถูกต้องโดยใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออร์ไรด์และไหมขัดฟัน รวมทั้งแนะนำให้พบทันตแพทย์หรือเจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขทุก 6 เดือนหรืออย่างน้อยปีละครั้ง

วัยรุ่นเน้นตรวจอะไร

ซีดในวัยรุ่นหญิง: ภาวะซีดหรือโลหิตจาง เป็นภาวะที่ร่างกายมีปริมาณเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ ทำให้มีอาการซีด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายที่พบบ่อยเกิดจากภาวะขาดธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการสร้างเม็ดเลือดแดงของร่างกายทั้งนี้ ภาวะโลหิตจางส่งผลกระทบต่อพัฒนาการสมองและสติปัญญาของวัยรุ่น ดังนั้น การคัดกรองความเสี่ยงต่อการเกิดโลหิตจางเพื่อป้องกันหรือทำการรักษาได้เร็วจะทำให้ส่งผลดีต่อพัฒนาการด้านสมองและสติปัญญาของเด็ก

พฤติกรรมเสี่ยง ควรได้รับการประเมินพฤติกรรมเสี่ยง (เพศ ติดเกมส์ เรียนไม่ดี มองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง ยาเสพติด อุบัติเหตุ ใช้ความรุนแรง บุหรี่ สุรา ยาเสพติด ฯลฯ) เป็นสิ่งที่พ่อแม่พึงระวัง และให้คำแนะนำเรื่อเพศศึกษา ความปลอดภัยในการเดินทาง และสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่และวัยรุ่น หากมีความผิดปกติควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์